ผู้ดีคอนกรีต

กิจกรรมมื้อเย็นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงนี้ของผม?

หนุ่มสาวและแขกผู้มีเกียรติในชุดผู้ดีป่าคอนกรีตย่างกรายผ่านไอเย็นยามค่ำคืน
เข้าสู่อาคารหลายคูหาขนาบถนนกับลานคอนกรีต แสงไฟระยิบระยับจับดวงตา เสียงดนตรีนุ่มและแผ่วเบาสร้างบรรยากาศอบอุ่น อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศจำนวนมากไหลอาบผิว หยุดยั้งเหงื่อไคลและอารมณ์หงุดหงิดได้อย่างชะงัด

คุณผู้ชายใส่สูทผูกเนคไท คุณผู้หญิงในชุดราตรี
ควบขี่รถยนต์หลายสกุลที่วิ่งพล่านมาบนความสับสน
วุ่นวายของกรุงเทพฯ เขาและหล่อนเดินสู่ซุ้มดอกไม้เพื่อถ่ายรูปกับคู่หนุ่มสาวเจ้าของงาน และผ่านเข้าสู่โถงกลางที่เรียงรายด้วยอาหารพร้อมแดกแบบตัวใครตัวมัน เขาและหล่อนยิ้มทักทายคนคุ้นหน้า และด้วยความเป็นกันเอง ความคุ้นเคยกันมานาน บทสนทนาแบบตรงไปตรงมาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างง่ายๆ ขณะเครื่องดื่มและอาหารถูกลำเลียงเข้าสู่กระเพาะ


ใครผู้ยืนหลังไมโครโฟนกล่าวคำขอบคุณคู่นั้นคือชายและหญิงผู้ซึ่งตกลงปลงใจ
ใช้ชีวิตร่วมกันนับตั้งแต่คืนนี้

ในยามค่ำคืนของการเฉลิมฉลองอย่างเกริกเกียรติท่ามกลางแขกผู้เลอเกียรติตามบัตรเชิญ มันเป็นความหรูหราในบางบุคคลิกแห่งยุค เวลาและค่านิยมที่ผ่านมานานกลายเป็นความคุ้นชินที่เขาและหล่อนไม่กังวล ไม่ลังเล และพร้อมจะทุ่มเทหมดหน้าตักเพื่อวันนี้...

วันแต่งงาน . . .

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยประถม เพื่อนอุดมศึกษา หรือแม้แต่ญาติติโกโหติกาทั้งหลายที่รุ่นราวคราวเดียวกับผมก็ทยอยแต่งงานกันไปแล้ว บางงานที่ผมพลาดไปเพราะเป็นช่วงที่พักอาศัยอยู่ต่างประเทศก็มีไม่น้อย
และอีกบางงานที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมแสดงความยินดี

ต่างงาน ต่างรูปแบบ ต่างอารมณ์ . . .
บางงานเต็มไปด้วยผู้ใหญ่และคนแปลกหน้า
บางงานเต็มไปด้วยเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน
และบางงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮากับเพื่อนสนิท


ล่าสุดกับงานแต่งงานที่ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสถาปัตย์จุฬาฯ
ก็ยิ่งต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เพราะนอกจากจะไปร่วมเป็นเกียรติในงานมงคลของเพื่อนแล้ว งานนี้ยังเหมือนเป็นการ Reunion ของเพื่อนๆสถาปัตย์จุฬาฯด้วย ซึ่งเป็นไปได้ยากในการรวมตัวกันขนาดนี้ด้วยเหตุผลอื่น


ค็อคเทล ปาร์ตี้ยามค่ำคืน อารยธรรมและขนบประเพณีในรูปแบบที่ผู้รับเชิญจะไม่คิดถึงน้ำพริกอ่อง ยำปลาดุกฟูกับมะม่วงเปรี้ยว แกงขี้เหล็กและเขียวหวานไก่

พนักงานต้อนรับในชุดงามใบหน้าเรียบเย่อหยิ่งแต่นอบน้อม วางถาดเงินบนฝ่ามือหงายพร้อมแก้วบรรจุเครื่องดื่มนานาชนิด
วิสกี้นอกผสมโซดา น้ำส้มคั้นจอมปลอม น้ำดำอัดลมยอดนิยม ถูกเสิรฟไม่ขาดระยะจากบริกรที่ไม่มีเวลาเหลือเฟือมากนัก
ผมสงสัยถึงการหายไปของน้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องดื่มที่ดีและมีประโยชน์ที่สุดสำหรับมนุษย์ถูกวางไว้หลังครัว

บนโต๊ะกลมและโต๊ะยาวคลุมลินินกลางห้องโถงนั้น เรียงรายด้วยจานสวย ช้อนแกะสลัก และอาหารนานาชนิดตามเม็ดเงินที่จ่ายให้กับทางโรงแรม

“มึงจะแต่ง มึงต้องมีอย่างน้อยล้านนึง” เพื่อนคนนึงเอ่ยขึ้นเรียบๆ

“อยากรู้เรื่องค่าใช้จ่าย มึงไปถามแม่งได้ ตอนนี้แม่งรู้ดี” เพื่อนอีกคนชี้ไปที่คู่บ่าวสาวที่กำลังยืนยิ้มบนเวที ขณะผมนึกเปรียบเทียบงานแต่งหลายๆงานที่ผมไปร่วมมา ทั้งโต๊ะจีนและค็อกเทล

“ส่วนมากแขกที่มางานก็ต้องช่วยใส่ซองให้คู่บ่าวสาวอยู่แล้ว ก็ต้องช่วยกัน” เพื่อนคนเดิมผมเอ่ยต่อ

อะไรเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ของรูปแบบงานแต่งงาน?
จ่ายออกไปสูงเพื่อสถานที่และอาหารรสเลิศ
เชิญคนจำนวนมากมาร่วมงานพร้อมซองช่วยเหลือ

“มึงล่ะ เมื่อไหร่ดี?”
“จะแต่งยังวะ?” คำถามนิยมจากเพื่อนคนหนึ่งถึงเพื่อนอีกคน และอีกคน

“ตั้งแต่เรียนจบ มันก็ทำงานเก็บเงินมา
ตลอดเพื่องานนี้” เพื่อนคนหนึ่งกล่าวถึงเจ้าบ่าวแบบชื่นชมในความตั้งใจ

“จบมาทำงานรับเงินเดือน ปีนึงจะเก็บได้เท่าไหร่กันวะ แล้วต้องจ่ายไปกับการซื้อบ้าน แต่งบ้าน รถยนต์ แล้วก็งานแต่งงาน ถ้ารับภาระคนเดียวจริงๆได้นี่เก่งมาก มันไม่ง่ายเลยสำหรับกู” ผมเอ่ยขึ้นขณะเพื่อนผมตอบด้วยการยักไหล่แบบอเมริกัน


ผมมองว่าเรากำลังถูกธุรกิจของโรงแรมยัดเยียดและครอบงำโดยแผนที่ชาญฉลาด
ของนักบริหารโรงแรมเพียงไม่กี่คน ทุกสิ่งที่นำเสนอในงานเป็นเรื่องของการหารายได้ของโรงแรม ประเพณีต่างๆที่เพี้ยนไป เช่น การนำภาพของคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ยักษ์และขนาดย่อมอีกจำนวนมาก
มาตั้งประดับตบแต่งตลอดพื้นที่งาน ซึ่งการนำภาพมาจัดวางในงานแบบนี้ ผมเห็นมันในงานศพมากกว่า เพราะผู้ตายนั้นนอนในโลง ผู้มากราบไหว้ไม่สามารถเห็นใบหน้าได้ จึงมีรูปถ่ายวางควบคู่กันไปเสมอ มางานแต่งงานก็เห็นคู่บ่าวสาวยืนต้อนรับอยู่หน้างานกันทั้งนั้น ภาพที่ตั้งประดับไว้ใหญ่โตจึงดูล้นเกินและซ้ำซ้อน

ไหนจะเรื่องของสไลด์หรือหนังสั้นที่แสดงประวัติความเป็นมาตั้งแต่หลุดออกมา
จากมดลูกของมารดาอีกเล่า ฉายไล่กันมายาวจนแขกบางคนหาว บางคนจิ้มจ้วงอาหารทานกันต่อไปแบบไม่สนใจจะรับรู้ประวัติ
ขณะบางคนจดจ่อและขอเพียงวิสกี้ที่ชุ่มลิ้น
และบางคนกลับบ้านขณะห้องโถงถูกปิดไฟลงเมื่อสไลด์เริ่มต้น


จะมีสักที่คนในบรรดาแขกผู้เลอเกียรติที่สนใจอยากรู้ประวัติของเขาและหล่อน?


งานแต่งงานที่จัดแบบค็อกเทลในปัจจุบันจากที่เคยมีจุดประสงค์เพื่อมาพบปะสังสรรค์
และให้เกียรติกับคู่บ่าวสาว ทานกันพอเป็นพิธี ก็กลายเป็นงานที่ทานกันแบบหนักหน่วงจากรายการอาหารชุดใหญ่ที่ทางโรงแรม
จัดหามา จนต้องหาที่นั่งทานกันตามซอกมุมในห้องโถงใหญ่ ค๊อกเทลที่เคยยืนจิบเครื่องดื่มและอาหารพอคำก็กลายเป็นข้าวหน้าเป็ด สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ มักกะโรนีราดซอสเห็ด เกี้ยวน้ำหมูแดง แกะย่าง และกุ้งเผา

จากที่เคยเดินเข้างานมีสองมือ มือหนึ่งถือซอง ลงนามแล้วถือของชำร่วย อีกมือหนึ่งถือแก้ว ถ่ายรูปแล้วยืนพบปะสังสรรค์กันแต่พองาม ก็กลายเป็นต้องหามุมนั่งแทะเป็ด เคี้ยวแกะ ชำแหละเปลือกกุ้ง ใครที่หามุมลงไม่ได้ก็ยืนหนีบของ คาบผ้าเช็ดปากกันไปตามแต่ถนัด และนี่…คือการแดกแบบผู้ดีในป่าคอนกรีต

ไหนจะเรื่องของฤกษ์งามยามดีที่ส่งให้คนนิยมจัดงานแต่งงานในวันเดียวกันทั่วทั้งเมือง ห้องโถงในโรงแรมต่างๆถูกจับจองกันล่วงหน้ายาวนานหลายต่อหลายเดือน ซึ่งช่วยให้การจราจรที่สะดวกสบายมากอยู่แล้วในกรุงเทพฯยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก
ในวันที่ฤกษ์ดีมาถึง น่าขันที่หลายคู่ที่จัดเตรียมวางแผนดูฤกษ์กันมาเป็นปีสำหรับงานแต่งงาน ต้องจบชีวิตคู่ลงหลังแต่งงานเพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน

ค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานจากสมัยก่อนที่เคยเป็นแค่หลักหมื่น ปัจจุบันกลายเป็นหลักหลายแสนจนถึงหลักหลายล้านไปอย่างน่าตกใจ ค่าของการประกาศความเป็นคู่บ่าวสาวของคนสองคนมันช่างแพงระยับ
สำหรับการใช้จ่ายเพื่องานชั่วข้ามคืน

ขอโทษ ! ผมไม่มีทางออกสำหรับค่านิยมแบบนี้ ถึงผมไม่ชอบมันแต่ปัจจัยหลายๆด้านก็ทำให้ผมหาทางออกที่ลงตัวไม่เจอ นอกจากเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ยังไม่สามารถช่วยให้ค่านิยมเหล่านี้ลดลงได้ และยากที่จะหนีออกจากระบบเช่นกัน

ผมรู้ว่าคนมีเงินทานอาหารกลางวันกันมื้อละหลายพันจนถึงหลายหมื่นบาท งานแต่งงาน
แค่หลักหลายแสนถึงล้านต้นๆคงเป็นเรื่องที่เสียศักดิ์ศรีของบางวงค์ตระกูล ซึ่งไม่ผิด ถ้าใช้จ่ายโดยไม่เดือดร้อน ซื้อความสุขและความภูมิใจในรูปแบบต่างๆโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นก็เป็นสิทธิ์ที่ทุกคน
พึงกระทำได้ จะจัดงานแต่งงานหลักหลายล้านก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องท้วงติง แต่สำหรับคนที่หน้าตาทางสังคมต้องมาก่อน ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ไม่ว่าเบื้องหลังจะลำบากเพียงไรเบื้องหน้าต้องสวยหรูไว้ห้ามมิให้ใครดูหมิ่นเล่า มันถูกต้องแล้วหรือ?

ผมกลับนิยมพิธีแต่งงานของคนอเมริกันหลายๆคู่ ที่แต่งกันไปแบบเรียบง่าย ด้วยความเป็นกันเองมากกว่า

เปล่า ! ผมไม่ได้ชื่นชมหรือเทิดทูนคนอเมริกันแบบหลับหูหลับตา อเมริกันบางคนสอนผมว่าการเป็นสุภาพบุรุษไม่มีความยุ่งยากมากกว่าการเอื้อมตีน
ผลักบานประตูให้แง้มออก สำหรับภรรยาผู้หอบหิ้วถุงอาหารจากซูปเปอร์มาเก็ตให้
ผ่านเข้าบ้านอย่างสะดวก . . . นั่นเป็นความเรียบง่ายรูปแบบหนึ่งที่ผมไม่พึงปรารถนา มันไม่ง่ายเลยที่จะหาความพอดีของชีวิต โดยเฉพาะชีวิตที่ไม่ใช่มีเพียงเราลำพัง


วันแต่งงานน่าจะเป็นเพียงวันหนึ่งที่คนสองคนมาเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน ง่ายๆแค่นั้น ก็เพราะเช้าวันถัดไป เขาและหล่อนก็เป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาคู่หนึ่งที่ต้องเดินร่วมกัน ฟันฝ่าอุปสรรคด้วยกัน ต่อสู้ชีวิตร่วมกันในวันข้างหน้าเท่านั้น และมัน “แค่นั้น” จริงๆสำหรับผม

จำเป็นหรือที่เราต้องเทหมดหน้าตักเพื่อประกาศความเป็นสามี ภรรยา?

รอยยิ้มและความภูมิใจบนเวทีต่อหน้าเค้กสูงขนาดใหญ่ที่รอกระบี่เล่มยาวเข้าตัด เบื้องหน้าที่เปื้อนยิ้มกับเบื้องหลังของหัวใจว้าวุ่นที่ต้องต่อสู้กับภาระหรือหนี้สิน
ในภายหลังมันคุ้มแล้วหรือ? และนั่นคือความคิดเอาแต่เพียงฝ่ายเดียวของผมที่อยากให้ชีวิตดำเนินไปแบบเรียบง่าย พอเพียง


ใช่ ! มันอาจถูกมองว่าชุ่ย ไม่ให้เกียรติญาติผู้ใหญ่ ไม่มีมารยาท หรือไม่แคร์สังคม หากจะจัดงานกันในรูปแบบตามใจตน ไม่สนใจคนอื่น ซึ่งผมเข้าใจ . . . เหตุผล Classic ที่เอาไว้บอกตัวเองสำหรับเรื่องนี้คือ เราอยู่ในสังคมไทย ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ดังนั้นเราต้องคำนึงถึงคนอื่นด้วย

การหาจุดที่ลงตัวของทุกฝ่ายจึงเป็นเรื่องที่ต้องหาให้เจอ มันเป็นค่านิยมของชายไร้สตางค์เหลือเฟือที่ต้องครุ่นคิดถึงมันอย่างว้าวุ่น แล้วราคาค่างวดของการจัดงานแต่งงานก็กลายเป็นปัญหาสำหรับมนุษย์เงินเดือน
ที่ต้องผ่านไปให้ได้อย่างสวยงาม


วางปลายสายตาไปที่คู่บ่าวสาว กระบี่เล่มยาวถูกประคองด้วยสองมือจากเขาและหล่อน พลันก้อนเค้กสูงใหญ่ถูกแบ่งผ่าและส่งถ่ายสู่แขกผู้ดีคอนกรีตเพื่อลิ้มรสอันหอมหวาน

ใครและใครเนืองแน่นในอากาศที่อ๊อกซิเจนถูกแย่งกันหายใจรดบนแก้วใสทรงสูงบรรจุ
วิสกี้ผสมโซดา ผมยินดีกับเขาและหล่อนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของงานอย่างจริงใจ
แต่ความรู้สึกโรแมนติคแบบว้าวุ่นในใจยังครุกรุ่น


ผมพาร่างและความคิดที่ยอกย้อนกังวลกับความขัดแย้งจากมาหลังเสร็จพิธี คำถามและความสงสัยช่วยให้การเดินทางกลับบ้านในค่ำคืนหลังงานแต่งงานทุกงาน
ที่ผ่านมาไม่น่าเบื่อหน่าย

มันเป็นความหรูหราอย่างร้ายกาจที่ใครหลายคนในป่าคอนกรีตมิอาจปฎิเสธมัน

17 Response to "ผู้ดีคอนกรีต"

gravatar
Kon-Ba Says:

I think most of the people also feel in the same way, but Human is Human, they are still in the competitive society. We need to know norm of society, and do it. The common sentence is " ไม่เห้นหรอ ใครๆเค้าก็ทำกัน". It's not an order, but it's compulsary to do.

Well, Just happy in every single moment and do whatever you want.

gravatar
dogdoy Says:

เห็นด้วยสุดๆเลยพี่
วันก่อนไปเอาหนังเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ ของเป็นเอก รัตนเรือง มาดูอีกรอบ ฉากที่ไอ้แผนกับบักเสี่ยวเข้าไปในงานปาร์ตี้คนรวย เป็นงานธารน้ำใจสู่คนจน ที่จัดประกวดแต่งชุดคนจน พิธีกรบอกว่า พวกเรารู้สึกดีมากที่ได้แต่งตัวแบบคนจน เพราะจะได้รู้ถึงความรู้สึกของคนจน
แล้วไอ้แผนกับบีกเสี่ยวก็กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะสองคนหิวมากๆ แล้วก็มีคนในงานมาทักว่าแต่งได้เหมือนมากๆเลย ได้รางวัลแน่ๆ แต่พอไอ้แผนกับบักเสี่ยวถูกจับได้ว่าเป็นคนจนจริงๆ กลับถูกเตะออกมานอกงานอย่างกับหมา
เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ถึงเรื่องของภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรีของคนรวย
(บางคน) ที่ยอมเอาเงินมากมายเข้าแลกมา

แต่เรื่องพวกนี้ผมว่ามันคงจะเปลี่ยนแปลงได้ยาก เพราะสังคมยังคงมุ่งไปที่วัตถุนิยมมากๆ

gravatar
v74 Says:

ถ้าเราทำ whatever เรา want ได้ก็ดีสิวะ !

ชีวิตที่ยังวนเวียนอยู่ในกระแสสังคมแบบวัตถุนิยมก็หนีไม่พ้นเรื่อง เงินๆ . . . หาทางออกไม่เจอว่ะ ได้แต่บ่น

gravatar
ShiNy JuNe Says:

เฮ่ออออ complicate

gravatar
i n i n g z Says:

ไม่เคยเห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย ที่เวลาคนจะแต่งงานกันแล้วต้องจัดงานกันใหญ่โต เชิญแขก (ที่เค้าว่ากันว่า) ผู้มีเกียรติ? แต่เราไม่รู้จักมาร่วมงาน ..

นิ้งเห็นด้วยอย่างที่พี่บอกว่า การแต่งงานก็แค่เป็นการบอกให้คนอื่นรับรู้ว่า คนสองคนจะใช้ชีวิตร่วมกันนับแต่วันนี้ไปนะ แต่ไม่ใช่เป็นวันที่ต้องใชิเงินที่เก็บมาทั้งหมด ทุ่มทั้งตัว เพื่อจัดงานสใหญ่ จองโรงแรมหรู ..

เมื่อคืนเพิ่งดูหนังเรื่องนึงทาง StarMovie .. ชายหญิงจะแต่งงานกัน แต่ พ่อของทั้งสองฝ่ายต้องการจะจัดให้ใหญ่โต แต่ไม่สำเร็จ เพราะมีปัญหาอื่น ๆ มาแทรก ผลสุดท้ายภายในวันนั้น ครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็จัดงานแต่งงานแบบง่าย ๆ รืมทะเล .. ฝ่ายหญิงบอกพ่อตัวเองว่า "This is what I want , Just six people on the beach" .. เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเพือย ก็ประกาศได้เหมือนกันว่าจะใช้ชีวิตด้วยกัน :)

ยาวไปมั้ยน๊ออ

gravatar
v74 Says:

จะยาวจะสั้นก็ comment กันตามสะดวกเลยครับ

เพียงแวะมาชม ก็นิยมยินดี

gravatar
joobjoob Says:

บ้างก็คงทำเพราะมันเป็นประเพณี(?) สืบต่อกันมา..ไม่ทำแล้วจะแปลกแยก

บ้างก็คงมองเชิงธุรกิจ..ลงทุนไปต้องได้อะไรกลับคืน..ซึ่งอาจจะมากกว่าที่ได้ลงทุนไป

บ้างก็คงหลอกตัวเอง..ว่าการประกาศให้โลกรู้คือการผูกมัดหรือแสดงความเป็นเจ้าของกันทางอ้อมว่าจะหยุดที่เธอ..คนสุดท้าย
..หรือเธอเป็นของฉันแล้วนะ..ห้ามไปลั้ลลากับใคร
บางคนชอบคิดว่าการแต่งงานคือบทสรุปของชีวิตว่าได้เดินมาครบกระบวนการแล้ว ..life is complete...

ว่าแต่ว่า..มันจริงหรือ??

อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของการแต่งงาน..พิธีสู่ขอ..หรือการใช้ชีวิตคู่...ลืมกันไปหรือเปล่านะ..?


ปล.ไม่ได้ต่อต้านการแต่งงานนะคะ..อิอิ..ถ้าทำแล้วแฮปปี้ไม่เดือดร้อนใครก็ทำไปเถอะค่ะ
แต่ต้องไม่ลืมจุดมุ่งหมายของการทำเป็นดี


ปล.เคยอ่านหนังสือเข็มทิศชีวิตของคุณฐิตินาฏ ณ พัทลุง
ดีเหมือนกันค่ะ ทำให้เราหัดที่จะเรียนรู้ว่าเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงที่เราควรตั้งและไปให้ถึง..คืออะไร

gravatar
Som Says:

The marriage is the commitment between 2 people. I think they can do whatever they want. I totally understand that it's hard very complicate issues. If I were in Thailand, I wouldn't know what to do. I had very small wedding with only 50 guests, and we did everything ourselevs. At the end we even got the credit back from the place that we rented to hold the party.:D

gravatar
B Says:

เห็นด้วยว่ามันสิ้นเปลือง เคยรู้สึกมาก่อน แต่ก็มีคนบอกว่า การจัดงานแต่งงาน มันไม่ใช่แค่คน 2 คนแต่งงานกัน แต่เป็นครอบครัว 2 ครอบครัว เพราะฉะนั้น หน้าที่การงาน ฐานะทางสังคม เป็นสิ่งที่ต้องคำนึง นอกจากหน้าตาของเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วจึงรวมไปถึงหน้าตาของทั้ง 2 ครอบครัวด้วย ในทางธุรกิจ บางคนดูจากโรงแรมที่จัดงาน classไหน อาหารเป็นยังไง ถ้าcocktailแบบไม่มีซุ้มก็ถูกที่สุด ไม่ยอมจ่ายเพิ่ม ถ้ามีซุ้มช่วยให้อิ่ม แสดงว่ามีการจ่ายเพิ่ม (คนไปก็ชอบ อิ่ม) ถ้าโต๊ะจีนก็ราคาแพงสุด แต่แขกก็อาจจะไม่ชอบ ต้องอยู่นาน เสียเวลา (ไม่สามารถแวบตอนเริ่มฉายสไลด์ได้)แถมอาจจะต้องไปนั่งกับใครไม่รู้ แต่บางคนก็ชอบ อิ่มดี

gravatar
B Says:

อ้อ ตัวหนังสือใหญ่มากเลยค่ะ

gravatar
v74 Says:

แจง
พี่ก็คิดว่า....เรื่องของการใช้ชีวิต และการเลือกรูปแบบและเป้าหมายของการใช้ชีวิต แต่ละคนก็มีทางและเหตุผลต่างไปกันจริงๆ

บ้างอย่างโน้น
บ้างอย่างนี้

นานาจิตตัง


Som
You are always be a new generation people who prefer a modern life style !
It's cool and i think you are in the right place at the right time.

B
การไปงานแต่งงานหลายๆงานที่ผ่านมาทำให้เฮียเอามาคิดเล่นๆว่า ทำไมการแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่มากกว่าชีวิตคน 2 คน โดยเฉพาะในสังคมไทย?

ทำไมจึงต้องทำ? ต้องแคร์? ต้องสิ้นเเปลือง?
เลยบ่นยาวเลยสำหรับ blog ครั้งนี้

เฮียแก้ตัวหนังสือแล้ว
มันมี code ไม่พึงประสงค์แทรกมา
Thanks

gravatar
ShiNy JuNe Says:

-ทางสายกลาง-
ไม่ตึง ไม่หย่อน ไม่เดือดร้อนบุพการี
พอดีๆ.. ต่อคน(s)ที่เราเลือกอยากจะแคร์ในชีวิต
Nothing perfect..

เรื่องราวและการกระทำหลังจากงานนั้นคงสำคัญที่จะต้องคิดและประคับประคองมากกว่า

gravatar
DeeDee Says:

ได้เข้ามาอ่านโดยบังเอิญ ชอบที่เขียนวิจารณ์เรื่องนี้มากๆเลย ตรงใจดี ขอเอาไปแนะนำที่บลอกตัวเองนะคะ

gravatar
v74 Says:

JuNe
พี่ก็คิดเอียงมาทางที่จูน comment
แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ตามใจปราถนา ?

deedee
ยินดีครับ

gravatar
soup Says:

ตรงดีครับ

ให้แง่คิดอะไรบางอย่าง

ผมก็คิดอย่างนี้ครับ เพียงแต่เราโดนกรอบสังคมบีบไว้

gravatar
GLASSESGIRL Says:

สำหรับการแต่งงานทั่วๆไปคิดว่าไม่น่าจะต้องสิ้นเปลืองขนาดนั้นหรอกมั้งคะ แต่อย่างที่คอมเม้นท์ด้านบน และคนทั่วไปบอกก็คือ ใครๆก็ทำกัน ทำจนเป็นแพทเทิร์นเหมือนๆกันไม่ พอไม่ทำกลับแปลกซะงั้นหาว่าไม่ให้เกียรติบ้างอะไรบ้าง

หลายคนมีความคิดว่าจะจัดแบบเรียบๆมีแต่คนสนิทๆ แต่ด้วยเหตุผลทางบ้านและธุรกิจ ก็ต้องจัดโต๊ะจีน เชิญลูกค้ามาเป็นร้อยอยู่ดี ใครบ้างก็ไม่รู้ บางทียังนึกว่านี่มันงานแต่งงานหรืองานสังสรรค์การค้าเนี่ยะ -*-

gravatar
โปรแกรมเงินเดือน Says:

ขอบคุณมากเลยนะครับ สำหรับบทความ